
ทำไมเราถึงเลือกใช้กำลังไฟ 80 วัตต์/เซนติเมตรสำหรับหลอด UV ของเรา?
เราใช้เวลามากมายในการเดินทางไปยังโรงพิมพ์ต่างๆ ประมาณ 3,000 แห่ง และเราก็พบว่ามีความแตกต่างอย่างมากระหว่างข้อมูลที่ระบุไว้ในคู่มือกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสนามงาน
บ่อยครั้งที่เราเห็นว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหมึกที่ไม่แห้ง หรือหลอดไฟที่ใช้งานได้ไม่นานก็พัง เราจึงอยากแก้ไขปัญหานี้ ดังนั้นเราจึงออกแบบหลอด UV ของเราให้มีกำลังไฟ 80 วัตต์/เซนติเมตร ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมที่สุด เพราะจะทำให้หมึกแห้งได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำให้หลอดไฟพัง
เหตุผลเบื้องหลังการเลือกกำลังไฟ
ทำไมถึงเลือก 80 วัตต์/เซนติเมตรล่ะ? เพราะมันเป็นค่าที่เพียงพอที่จะทำให้หมึกแห้งได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำให้วัสดุเสียหาย
หากกำลังไฟน้อยเกินไป หมึกก็จะยังคงเหนียวอยู่ คุณคงรู้สึกดีกว่าถ้าไม่ต้องเจอกับสถานการณ์ที่แผ่นกระดาษติดกันจนทำให้งานพิมพ์สูญเสียคุณภาพ แต่ถ้ากำลังไฟสูงเกินไป ก็จะทำให้วัสดุบิดเบี้ยวหรือถูกไฟเผาได้
ดังนั้นการเลือกกำลังไฟ 80 วัตต์/เซนติเมตรจะช่วยให้มีรังสี UV-C และ UV-B ที่เข้มข้น ซึ่งจะช่วยให้หมึกแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อุปกรณ์และข้อดีข้อเสีย
เราใช้ควอตซ์บริสุทธิ์สูงสำหรับทำหลอดไฟ ฟังดูซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วมันก็ง่ายมาก เพราะมันช่วยให้แสง UV สามารถผ่านเข้าไปได้โดยไม่ถูกกักไว้ แต่กระจกราคาถูกจะดูดซับพลังงานนั้น ทำให้หลอดไฟร้อนเกินไป และส่งผลให้หลอดไฟพังเร็วขึ้น
อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องแรงดันไฟฟ้า คุณต้องใช้เครื่องกำเนิดแรงดันไฟฟ้าที่มีความเสถียร แรงดันไฟฟ้าที่ไม่แน่นอนจะทำให้ขั้วไฟฟ้าเสียหายได้ เราเคยเจอโรงพิมพ์ที่มีระบบไฟฟ้าที่ไม่ดี ทำให้ต้องเปลี่ยนหลอดไฟทุกๆ ไม่กี่สัปดาห์ หากแรงดันไฟฟ้าไม่แน่นอน ก็ควรมีอุปกรณ์ป้องกันแรงดันไฟฟ้า มันจะช่วยประหยัดเงินของคุณได้
เคล็ดลับการใช้งานจริง
หลอด UV นี้สามารถใช้แทนหลอด UV แบบเดิมได้เลย และสามารถใช้กับงานพิมพ์แบบออฟเซ็ตและเฟล็กโซได้เป็นอย่างดี
แต่อย่าลืมว่าหลอดไฟนี้มีความร้อนสูง ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพัดลมระบายอากาศทำงานได้ดี หากการระบายอากาศไม่ดี ควอตซ์ก็อาจเสียหายได้
อีกอย่างหนึ่งคือควรทำความสะอาดกระจกสะท้อนแสงให้สะอาดอยู่เสมอ การมีฝุ่นเกาะอยู่บนกระจกอาจทำให้ประสิทธิภาพของหลอดไฟลดลงถึง 30% ดังนั้นควรทำความสะอาดเพื่อให้หลอดไฟมีประสิทธิภาพต่อไป